------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
1. มอเตอร์ปัดน้ำฝน ( Wiper
Motor )
มอเตอร์ปัดน้ำฝนแบ่งตามวิธีการสร้างสนามแม่เหล็ก
( Field Generation ) ออกเป็น 2
แบบ
- แบบขดลวด ( Wound-Rotor Type
) แบบนี้ใช้ขดลวด พันรอบแกนเหล็กสร้างสนามแม่เหล็ก
- แบบแม่เหล็กถาวร ( Ferrite Magnet
Type ) แบบนี้ใช้แม่เหล็กถาวรเฟอไรต์สร้างสนามแม่เหล็ก
ปัจจุบันมอเตอร์แบบแม่เหล็กถาวรได้ถูกพัฒนาขึ้นและมีขนาดกระทัดรัด
น้ำหนักเบามอเตอร์กระแสตรงมีการใช้แม่เหล็กถาวรกันอย่างกว้างขวาง

|
2. ก้านต่อปัดน้ำฝน ( Wiper
Link )
ก้านต่อปัดน้ำฝนมีหน้าที่เปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่แบบหมุนของมอเตอร์
ปัดน้ำฝน มาเป็นการเคลื่อนที่แบบส่ายไปมาของแกนหมุน
แขนปัดน้ำฝนแบ่งได้เป็น 2 แบบ
- แบบเส้นลวด ( Wire Type )
- แบบก้านต่อ ( Link Type )
ปัจจุบันแขนปัดน้ำฝน ที่ใช้กันทั่วไปคือ
แบบก้านต่อ ( Link Type )

|
3. แขนปัดน้ำฝน (Wiper Arm)
แขนปัดน้ำฝน ประกอบด้วยส่วนประกอบดังนี้
- ส่วนหัว (Arm Head) สำหรับยึดเข้ากับแกนหมุน
(Wiper Shaft)
- สปริง (Spring) สำหรับทำให้ใบปัดน้ำฝน
มีแรงกดแนบสนิทกับกระจก
- ส่วนแขน (Arm Piece) สำหรับติดตั้งใบปัดน้ำฝน
- ช่วงกลาง (Retainer) สำหรับครอบส่วนประกอบทั้งหมดไว้


|
การเก็บใบปัดน้ำฝน แบ่งออกได้เป็น
3 แบบดังนี้
1. แบบธรรมดา (Ordinary Wiper)
แบบนี้ไม่เก็บทั้งใบปัดน้ำฝนและแขนปัดน้ำฝน
2. แบบกึ่งเก็บซ่อนตัว (Semi Concealed
Wiper) แบบนี้เก็บซ่อนเฉพาะแขนปัดน้ำฝนเท่านั้น
3. แบบเก็บซ่อนตัวเก็บทั้งหมด (Full
Concealed Wiper) แบบนี้เก็บซ่อนตัว
ทั้งใบปัดน้ำฝนและแขนปัดน้ำ
4. ใบปัดน้ำฝน (Wiper Blade)

|
ใบปัดน้ำฝน ประกอบด้วยส่วนประกอบดังนี้
- แผ่นยาง (Rubber Blade) สำหรับกวาดผิวหน้ากระจก
- ชุดสปริงแผ่นหรือ แหนบ (Leaf Spring
Packing) สำหรับกดให้แผ่นยางแนบสนิทกับผิวหน้ากระจก
- ก้านใบ (Levers) สำหรับยืดและติดตั้งแผ่นยาง
- ตัวล็อก (Clips) สำหรับการติดตั้งใบปัดน้ำฝนกับแขนปัดน้ำฝน
|
การติดตั้งใบปัดน้ำฝนเข้ากับแขนปัดน้ำฝนอาจ
แบ่งได้เป็น 2 วิธีคือ
1. วิธียึดด้วยบานพับตรงกลาง (Center
Hinge Type) แบ่งเป็น 2 แบบ
1.1 แบบง่าม (Bayonet Type)
1.2 แบบตัวล็อคอยู่ภายใน (Interlock
Type)
2. วิธียึดจับด้านข้าง (Side Latch
Type) แบ่งเป็น 2 แบบ
1.1 แบบสลัก (Pin Type)
1.2 แบบสกรู (Screw Type)
ในปัจจุบันแบบยึดจับด้านข้างด้วยสกรู
นิยมใช้กันโดยทั่วไปเนื่องจากใบปัดต่ำลงและใบปัดยึดกับแขนใบปัดได้แน่นยิ่งขึ้น

|
การเปลี่ยนใบปัดน้ำฝนบังลมหน้า
ถอดใบปัดน้ำฝน
1. สำรวจเขี้ยวล็อค ด้านปลายแขนใบปัดด้านหนึ่ง
จะล็อคยางใบปัดไว้
2. บีบยางบริเวณเขี้ยวที่ล็อคใบปัด
เพื่อหลบเขี้ยวล็อค ให้ยางหลุดออกมา
3. ดึงยางใบปัดออกจากช่องโครงใบปัด
ประกอบใบปัดอันใหม่
1. ประกอบยางอันใหม่สอดด้านปลายเข้าช่องโครงใบปัดด้านที่ล็อคใบปัด
ดันยางเข้าไปตามช่องในโครงใบปัด
2. จนกระทั้งยางใบปัดทั้งหมดเข้าอยู่ในช่องโครง
บีบยางด้านปลายใบปัดเพื่อให้เขี้ยวล็อคยางใบปัดในตำแหน่งเดิม
สำคัญ !
- ก้านปัดน้ำฝนที่อยู่ด้านหน้าทางเบาะคนขับ
มีรูปร่างแตกต่างไปจากก้านปัดน้ำฝนทางด้านเบาะคนนั่ง
จากเหตุผลอันนี้
ก้านปัดน้ำฝนมีเครื่องหมาย (D สำหรับด้านเบาะคนขับ
และ P ด้านเบาะคนนั่ง แน่ใจว่าได้ประกอบก้านปัดน้ำฝนทางด้านที่ถูกต้องแล้ว
)
- อย่าดันก้านปัดน้ำฝนลงเมื่อถอดใบปัดออก
มันจะทำความเสียหายกับกระจกบังลมหน้า

|
น้ำยาล้างกระจก
น้ำยาล้างกระจกเป็นของเหลวที่มีอัลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบหลัก
นำมาผสมกับน้ำ สารทำละลายและสารป้องกันสนิมสำหรับใช้ทำความสะอาดกระจกบังลม
น้ำยาล้างกระจกจะมีคุณสมบัติที่ไม่เกิดการกัดกร่อนยางหรือสี
แต่จะชำระล้างสิ่งสกปรกและคราบน้ำมันโดยการทำงานของใบปัด
อะไรเป็นสาเหตุให้ยางใบปัดน้ำฝนเสื่อมสภาพ
?
ใบปัดน้ำฝนเสื่อมสภาพเนื่องจากสาเหตุเล่านี้และไม่สามารถมองเห็นทัศนวิสัยระยะไกลได้
--- ผิวสัมผัสส่วนปลายมีการสึกหรอจากการทำงานตามปกติของใบปัด
--- เนื่องจากเป็นไปไม่ได้ที่จะหลบเลี่ยงสิ่งสกปรกและผงทรายละเอียดที่อยู่ระหว่างยางใบปัดกับกระจกได้จึงเกิดความเสียหายขึ้นโดยใบปัดน้ำฝนจะปัดเป็นเส้น
ๆ
--- เมื่อใบปัดน้ำฝนผ่านการใช้งานนาน
ๆ ยางใบปัดน้ำฝนจะแข็งตัว การยืดหยุ่นตัวจะลดลงและความบกพร่องในการปัดจะเกิดขึ้นเนื่องจากหน้าสัมผัสระหว่างยางใบปัดกับกระจกไม่ดีรวมทั้งอาจเกิดจากใบปัดน้ำฝนเกิดอาการสั่นเต้น
หรือ อาการอื่น ๆ
ใบปัดน้ำฝนจะใช้งานได้นานเท่าไร ?
เป็นการยากที่จะเจาะจงระยะเวลาสำหรับการเปลี่ยนใบปัดน้ำฝน
การเปลี่ยนใบปัดน้ำฝนสามารถทำได้เนื่องจากราคาค่องข้างถูก
ดังนั้นควรจะเปลี่ยนใบปัดน้ำฝนปีละครั้งตามระยะเวลาในการตรวจสอบตามระยะ
ข้อแนะนำ - การที่จะทำให้ใบปัดน้ำฝนมีอายุใช้งานนาน
ๆ นั้น ใบปัดน้ำฝนควรทำงานหลังจากใช้น้ำฉีดล้างพวกเศษผงทรายและสิ่งสกปรกที่ติดอยู่ที่ผิวกระจกแม้ว่าฝนจะเริ่มตกแล้วก็ตาม
อะไรจะเกิดขึ้นเมื่อคราบน้ำมันเกาะติดอยู่ที่กระจกด้วยเหตุนี้ควรใช้อะไรในการทำความสะอาด
?
เมื่อคราบน้ำมันเกาะติดกับกระจกหยดน้ำและคราบน้ำบนกระจกจะไม่สม่ำเสมอและการสะท้อนของแสงไม่สม่ำเสมอด้วยซึ่งเป็นสาเหตุของการหักเหของแสงนอกจากนี้ยังอาจเป็นสาเหตุให้เกิดอาการเต้นสั่นของใบปัดน้ำฝนสารประกอบของน้ำยาล้างกระจกจะถูกใข้เพื่อทำให้คราบน้ำมันหลุดออกได้ง่ายโดยน้ำยาจะดูดซึมคราบน้ำมันเพราะฉะนั้นเมื่อน้ำยาล้างกระจกถูกใข้ในขณะเดียวกันกับที่ปัดน้ำฝนทำงานคราบน้ำมันก็จะถูกปัดออกไป
อย่างไรก็ตามเมื่อคราบน้ำมันที่ติดอยู่กับกระจกมีปริมาณมากก็จำเป็นต้องใข้น้ำยาเช็ดกระจกในการทำความสะอาด
ชัดเจนทุกสภาวะอากาศ ขึ้นอยู่กับใบปัดน้ำฝน
?
หน้าที่ใบปัดน้ำฝน มีบทบาทสำคัญเกี่ยวกับเรื่องการมองเห็นภายใต้สภาวะอากาศต่าง
ๆ เช่น ฝนตก เป็นต้น ใบปัดน้ำฝน
ประกอบด้วยมอเตอร์ (motor) ตัวเชื่อม
(link) แขน (arm) และยางปัด (blades)
ยางปัดจะเกี่ยวข้องโดยตรงกับกระจกด้านหน้าในการปัดน้ำฝนและฝุ่น
คุณสมบัติที่ดีของใบปัดน้ำฝน ?
1. ทำงานได้ดีและมีประสิทธิภาพ หน้าสัมผัสของยางปัดน้ำฝนระหว่างปลายของยางปัดกับผิวกระจกควรจะประมาณ
0.01-0.05 มม.
2. มีความทนทานและทนความร้อน (Durabillty
and Heat Resistance) ยางปัดต้องทำจากยางคุณภาพสูงสามารถทนต่อแสงแดดรังสีอุลตราไวโอเลต
โอโซน และ ไอเสีย
3. ทนต่อสารเคมี (Chemical Resistance)
ใบปัดต้องทนต่อสารเมททานอล (Methanal)
และสารละลายอื่น ๆ ที่ใช้ในการล้าง
4. ทนต่อการทำงานของสารเคมี (Anti-Corrosion)
ใบปัดต้องมีการป้องกันสนิมและไม่เป็นตัวนำ
เพื่อที่จะป้องกันใบปัดจากสารซัลไฟตในอากาศ
5. มีความมั่นคง (Stability) ใบปัดต้องมั่นคง
และไม่ยกขึ้นเมื่อความเร็วสูงขึ้น
ควรเปลี่ยนใบปัดน้ำฝนทันที ?
ควรเปลี่ยนใบปัดน้ำฝนทันทีเมื่อเกิดอาการดังต่อไปนี้
1. เมื่อใบปัดปัดแล้วเกิดเส้นเป็นจำนวนมากหรือเป็นรอยมัว
2. เมื่อใบปัดปัดแล้วเกิดรอยเปื้อนขนาดใหญ่
3. เมื่อใบปัดปัดแล้วยางสัมผัสไม่ดีกับผิวหน้ากระจก
|