August 25, 2026
How many types of brake systems are there? Drum vs disc brakes — differences and which suits your car

ระบบเบรกมีกี่ประเภท? ดรัมเบรก vs ดิสก์เบรก ต่างกันอย่างไร และแบบไหนเหมาะกับรถคุณ
ระบบเบรกเป็นหนึ่งในระบบความปลอดภัยที่สำคัญที่สุดของรถยนต์ ทำหน้าที่ชะลอและหยุดรถอย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันระบบเบรกที่ใช้ในรถยนต์สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ ดรัมเบรก (Drum Brake) และ ดิสก์เบรก (Disc Brake) ซึ่งแต่ละประเภทมีหลักการทำงาน ข้อดี และข้อจำกัดที่แตกต่างกัน
มาทำความรู้จักระบบเบรกแต่ละประเภท เพื่อเลือกใช้งานและดูแลรถได้อย่างเหมาะสม
1. ดรัมเบรก (Drum Brake)
ดรัมเบรกเป็นระบบเบรกที่ใช้ ดรัมโลหะทรงกระบอก ติดอยู่กับดุมล้อ ภายในประกอบด้วยผ้าเบรก ลูกสูบน้ำมันเบรก สปริง และกลไกต่าง ๆ เมื่อเหยียบเบรก ลูกสูบจะดันผ้าเบรกให้กางออกและเสียดสีกับผิวด้านในของดรัม ทำให้รถชะลอความเร็วและหยุดได้
ปัจจุบันดรัมเบรกยังคงนิยมใช้ในรถบรรทุก รถเพื่อการพาณิชย์ และรถยนต์หลายรุ่นที่ติดตั้งไว้บริเวณล้อหลัง
จุดเด่นของดรัมเบรก
- ให้แรงเบรกสูง เหมาะกับรถที่บรรทุกน้ำหนักมาก
- มีความทนทานและอายุการใช้งานยาวนาน
- ต้นทุนการผลิตต่ำกว่าดิสก์เบรก
ข้อจำกัดของดรัมเบรก
- ระบายความร้อนได้ไม่ดี
- ระบายน้ำและฝุ่นได้ช้ากว่าดิสก์เบรก
- หากใช้งานหนักต่อเนื่อง อาจทำให้ประสิทธิภาพการเบรกลดลง
2. ดิสก์เบรก (Disc Brake)
ดิสก์เบรกประกอบด้วย จานเบรก (Brake Disc) คาลิปเปอร์ ผ้าเบรก และลูกสูบน้ำมันเบรก เมื่อเหยียบเบรก คาลิปเปอร์จะดันผ้าเบรกให้หนีบจานเบรก ทำให้เกิดแรงเสียดทานและช่วยชะลอรถ
รถยนต์รุ่นใหม่ส่วนใหญ่จะติดตั้งดิสก์เบรกที่ล้อหน้า และบางรุ่นใช้ดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเบรก
จุดเด่นของดิสก์เบรก
- ระบายความร้อนได้ดี
- ระบายน้ำและฝุ่นได้รวดเร็ว
- ตอบสนองการเบรกได้แม่นยำ
- ดูแลรักษาและตรวจเช็กได้ง่าย
- เหมาะกับการขับขี่ด้วยความเร็วสูงและการใช้งานในชีวิตประจำวัน
ข้อจำกัดของดิสก์เบรก
- ราคาสูงกว่าดรัมเบรก
- ผ้าเบรกสึกหรอเร็วกว่า
- ให้แรงเบรกน้อยกว่าดรัมเบรกในบางสภาพการใช้งานที่ต้องรับน้ำหนักมาก

ดรัมเบรกกับดิสก์เบรก แบบไหนดีกว่ากัน?
ทั้งสองระบบมีข้อดีแตกต่างกัน ไม่มีแบบไหนดีที่สุดสำหรับทุกการใช้งาน
- ดรัมเบรก เหมาะกับรถที่ต้องรับน้ำหนักมาก มีต้นทุนต่ำ และทนทาน
- ดิสก์เบรก เหมาะกับการขับขี่ทั่วไป ให้การตอบสนองที่รวดเร็ว ระบายความร้อนได้ดี และให้ความมั่นใจในการเบรกมากกว่า
รถยนต์ส่วนใหญ่ในปัจจุบันจึงเลือกใช้ ดิสก์เบรกด้านหน้า ซึ่งรับแรงเบรกเป็นหลัก และใช้ ดรัมเบรกด้านหลัง เพื่อความคุ้มค่าและประสิทธิภาพที่เหมาะสม
วิธีดูแลระบบเบรกและผ้าเบรกให้ใช้งานได้นาน
ไม่ว่าจะเป็นดรัมเบรกหรือดิสก์เบรก การดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ระบบเบรกทำงานเต็มประสิทธิภาพ
- ตรวจเช็กผ้าเบรกตามระยะ
- เปลี่ยนน้ำมันเบรกตามคำแนะนำของผู้ผลิต
- ตรวจสอบจานเบรกหรือดรัมเบรกเมื่อเข้ารับบริการ
- หลีกเลี่ยงการเบรกกระชั้นชิดหรือเบรกหนักบ่อย ๆ
- หากมีเสียงดัง เบรกสั่น หรือเบรกไม่อยู่ ควรรีบตรวจเช็กทันที
ตรวจเช็กระบบเบรกกับผู้เชี่ยวชาญ เพื่อความปลอดภัยทุกการเดินทาง
ระบบเบรกที่สมบูรณ์ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่และลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ หากถึงกำหนดตรวจเช็ก หรือพบอาการผิดปกติของระบบเบรก สามารถนำรถเข้ารับบริการที่ บี-ควิก เพื่อให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบผ้าเบรก จานเบรก ดรัมเบรก และน้ำมันเบรก พร้อมแนะนำการบำรุงรักษาที่เหมาะสมกับรถของคุณ
FAQ Section
ระบบเบรกรถยนต์มีกี่ประเภท?
ระบบเบรกรถยนต์หลัก ๆ มี 2 ประเภท ได้แก่ ดรัมเบรก (Drum Brake) และดิสก์เบรก (Disc Brake)
ดรัมเบรกกับดิสก์เบรกต่างกันอย่างไร?
ดรัมเบรกให้แรงเบรกสูง เหมาะกับรถบรรทุกหรือรถที่รับน้ำหนักมาก ส่วนดิสก์เบรกระบายความร้อนได้ดีกว่า ตอบสนองไว และเหมาะกับรถยนต์ทั่วไป
รถยนต์ส่วนใหญ่ใช้เบรกแบบไหน?
รถยนต์ส่วนใหญ่นิยมใช้ดิสก์เบรกที่ล้อหน้า และบางรุ่นใช้ดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อ ขณะที่รถหลายรุ่นยังใช้ดรัมเบรกที่ล้อหลัง
ควรเปลี่ยนผ้าเบรกเมื่อไหร่?
ควรเปลี่ยนเมื่อผ้าเบรกมีความหนาน้อยกว่ามาตรฐาน หรือเมื่อมีเสียงดัง ระยะเบรกยาวขึ้น หรือช่างตรวจพบว่าผ้าเบรกสึกหรอ
ควรตรวจเช็กระบบเบรกบ่อยแค่ไหน?
ควรตรวจเช็กทุกครั้งที่นำรถเข้าศูนย์บริการตามระยะ หรือก่อนเดินทางไกล เพื่อให้มั่นใจว่าระบบเบรกพร้อมใช้งาน
Share: