B-Quik
Call 1153
B-Member

-Member

เข้าสู่ระบบ

TH

EN

หน้าแรก

สินค้าและบริการ

โปรโมชั่น

สาขาใกล้คุณ

สาระเรื่องรถ

เกี่ยวกับเรา

26 สิงหาคม 2569

ดูแลแอร์รถยนต์อย่างไร? 6 วิธีง่ายๆ ที่ช่วยให้แอร์เย็นนานและยืดอายุการใช้งาน

ดูแลแอร์รถยนต์อย่างไร? 6 วิธีง่ายๆ ที่ช่วยให้แอร์เย็นนานและยืดอายุการใช้งาน

แอร์รถยนต์เป็นระบบที่ช่วยเพิ่มความสบายในการขับขี่ และยังช่วยกรองอากาศภายในห้องโดยสารให้สะอาดอีกด้วย หากปล่อยให้ระบบแอร์สกปรกหรือขาดการดูแล อาจทำให้แอร์เย็นช้า มีกลิ่นอับ สิ้นเปลืองน้ำมัน และเกิดความเสียหายกับอุปกรณ์ภายในได้

การดูแลแอร์รถยนต์ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงปฏิบัติตาม 6 วิธีต่อไปนี้ ก็ช่วยให้ระบบแอร์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและมีอายุการใช้งานยาวนาน

1. เปิดแอร์ให้ถูกวิธี

หลังสตาร์ทรถ ควรเปิดพัดลมเพื่อระบายความร้อนที่สะสมอยู่ภายในห้องโดยสารก่อน จากนั้นจึงเปิดปุ่ม A/C และตั้งอุณหภูมิให้เหมาะสม ไม่ควรปรับให้เย็นจัดตลอดเวลา เพราะจะทำให้คอมเพรสเซอร์แอร์ทำงานหนักกว่าปกติ

2. ดูดฝุ่นภายในรถเป็นประจำ

ฝุ่นละอองภายในห้องโดยสารสามารถถูกดูดเข้าสู่ระบบแอร์และสะสมที่กรองแอร์ได้ การดูดฝุ่นเป็นประจำจะช่วยลดสิ่งสกปรก ลดกลิ่นอับ และช่วยให้ระบบแอร์ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

3. หลีกเลี่ยงการใช้น้ำหอมหรือสเปรย์ปรับอากาศมากเกินไป

ละอองจากน้ำหอมและสเปรย์ปรับอากาศอาจสะสมภายในระบบแอร์ เมื่อรวมกับฝุ่นละอองจะเกิดคราบเหนียวที่ทำให้กรองแอร์อุดตัน และอาจเป็นแหล่งสะสมของเชื้อราและแบคทีเรียได้

4. เปลี่ยนกรองแอร์ตามระยะ

ควรตรวจเช็กและทำความสะอาดกรองแอร์ทุก 2,000–5,000 กิโลเมตร และเปลี่ยนใหม่ทุกประมาณ 20,000 กิโลเมตร หรือเร็วกว่านั้นหากใช้งานในพื้นที่ที่มีฝุ่นมาก เพื่อให้อากาศสะอาดและช่วยให้ระบบแอร์ทำงานเต็มประสิทธิภาพ

5. ตรวจเช็กระบบแอร์และน้ำยาแอร์สม่ำเสมอ

ควรตรวจเช็กระบบแอร์ทุกประมาณ 20,000 กิโลเมตร เพื่อดูระดับน้ำยาแอร์ ตรวจหารอยรั่ว และตรวจสอบการทำงานของอุปกรณ์ต่าง ๆ ก่อนเกิดปัญหาใหญ่ที่มีค่าใช้จ่ายสูง

6. หากได้ยินเสียงผิดปกติจากห้องเครื่อง ควรปิดแอร์ทันที

หากเปิดแอร์แล้วได้ยินเสียงผิดปกติ เช่น เสียงดังจากห้องเครื่อง เสียงหอน หรือเสียงโลหะเสียดสีกัน ควรปิดระบบแอร์และนำรถเข้าตรวจเช็กทันที เพื่อป้องกันความเสียหายของคอมเพรสเซอร์และอุปกรณ์อื่น ๆ ในระบบ

ควรตรวจเช็กแอร์รถยนต์เมื่อไหร่?

แม้แอร์ยังเย็นตามปกติ ก็ควรตรวจเช็กระบบแอร์อย่างน้อยทุก 20,000 กิโลเมตร หรือเมื่อพบอาการต่อไปนี้

  • แอร์เย็นช้าหรือเย็นไม่ทั่วห้องโดยสาร
  • มีกลิ่นอับเมื่อเปิดแอร์
  • ลมแอร์เบาลงผิดปกติ
  • ได้ยินเสียงดังขณะเปิดแอร์
  • แอร์ไม่เย็นแม้เปิดระดับสูงสุด

การดูแลระบบแอร์อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยยืดอายุการใช้งานของคอมเพรสเซอร์ ลดค่าใช้จ่ายในการซ่อม และทำให้อากาศภายในรถสะอาด สดชื่น พร้อมสำหรับทุกการเดินทาง

หากต้องการตรวจเช็ก ล้างแอร์ หรือเปลี่ยนกรองแอร์ สามารถนำรถเข้ารับบริการได้ที่ บี-ควิก ทุกสาขา โดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ พร้อมให้คำแนะนำและบริการอย่างครบวงจร

FAQ Section

Q: ควรเปลี่ยนกรองแอร์รถยนต์ทุกกี่กิโลเมตร?

A: โดยทั่วไปควรเปลี่ยนทุกประมาณ 20,000 กิโลเมตร หรือเร็วกว่านั้นหากขับรถในพื้นที่ที่มีฝุ่นมาก

Q: ทำไมแอร์รถยนต์ถึงมีกลิ่นอับ?

A: มักเกิดจากกรองแอร์สกปรก ความชื้นสะสม หรือเชื้อราและแบคทีเรียภายในระบบแอร์ จึงควรทำความสะอาดและเปลี่ยนกรองแอร์ตามระยะ

Q: น้ำยาแอร์ต้องเติมบ่อยหรือไม่?

A: ระบบแอร์ปกติไม่ควรต้องเติมน้ำยาแอร์บ่อย หากน้ำยาแอร์ลดลงผิดปกติ ควรตรวจหารอยรั่วก่อนเติมใหม่

Q: หากเปิดแอร์แล้วมีเสียงดังควรทำอย่างไร?

A: ควรปิดระบบแอร์ทันที และนำรถเข้าตรวจเช็ก เพราะอาจเกิดความผิดปกติที่คอมเพรสเซอร์ สายพาน หรือชิ้นส่วนอื่นในระบบแอร์

แชร์:

share-facebookshare on lineshare on xcopy link
ติดต่อ
Call 1153

(ทุกวัน 8.00 - 21.00 น.)

B-Quik

บี-ควิก เป็นผู้เชี่ยวชาญในการให้บริการ ยาง ซ่อมบำรุงระบบเบรก แบตเตอรี่ โช้คอัพ ช่วงล่าง ระบบแอร์รถยนต์ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง และซ่อมรอยแตกกระจกรถยนต์

LINE

Copyright 2025 All right reserved B-Quik.com

Visa
Mastercard
JCB
UnionPay