โช้คอัพและระบบกันสะเทือน
3 พฤติกรรมอันตรายที่ทำให้โช้คอัพเสียหาย
อายุการใช้งานของโช้คจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการขับขี่ การใช้งานรถยนต์ รวมถึงสภาพของถนน เพื่อเป็นการถนอมโช้คอัพให้สามารถใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างยาวนานจึงควรหลีกเลี่ยง 3 พฤติกรรมอันตรายที่สามารถทำให้โช้คอัพเสียหายได้ ดังนี้
1.ไม่ชะลอขณะขับผ่านถนนขรุขระและเป็นหลุมลึก การกระแทกอย่างรุนแรงขณะขับบนถนนที่ขรุขระหรือเป็นหลุมลึก อาจทำให้โช้คอัพรถยนต์แตกและทำให้น้ำมันโช้ครั่วซึมได้ ส่งผลให้ประสิทธิภาพของโช้คอัพในการควบคุมการยุบและเด้งของสปริงลดลงได้ เพราะฉะนั้นควรหลีกเลี่ยงการขับขี่บนพื้นถนนที่ขรุขระหรือเป็นหลุมลึก หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรขับรถอย่างระมัดระวัง และชะลอในขณะที่ต้องขับผ่านหลุมลึก
2.บรรทุกน้ำหนักมากเกินไป การขับรถผ่านถนนที่ไม่เรียบ หรือ การบรรทุกน้ำหนัก ทำให้เกิดการยุบและเด้งตัวของสปริง ซึ่งโช้คอัพเข้ามามีหน้าที่หน่วงเหนียวการยุบเด้งนี้เพื่อให้การขับขี่นุ่มนวลเมื่อรถยนต์ต้องบรรทุกน้ำหนักมากเกินกว่าที่เหมาะสมกับโช้คอัพที่ติดตั้ง โดยเฉพาะการบรรทุกน้ำหนักเกินเป็นเวลานาน ทำให้โช้คอัพต้องทำงานหนักเกินกว่าที่ควรจะเป็น จึงเสียหายเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ
3. ขาดการดูแลโช้คอัพและอุปกรณ์ส่วนอื่นๆ การขับขี่บนบนทางที่ไม่ได้ลาดยางหรือทำถนน มีฝุ่นคลุ้ง บ่อยๆหรือเป็นเวลานาน มีโอกาสที่ฝุ่นคลุ้งจากทางถนนจะเข้ามาติดอยู่ที่บริเวณซีลของโช้คอัพทำให้โช้คอัพเสียหายเกิดการรั่วซึมของน้ำมันโช้คได้ ควรหมั่นตรวจเช็กความพร้อมใช้งานของโช้คอัพ และส่วนควบอื่นๆ โดยเฉพาะบริเวณยางกันฝุ่น เพราะหากยางกันฝุ่นขาด เศษฝุ่น ดิน โคลน อาจเข้าไปเกาะตามแกนโช้ค และจังหวะที่โช้คอัพยุบตัว เศษโคลนที่แข็งตัวจะไปบาดบริเวณซีลโช้คอัพ อาจทำให้โช้คอัพรั่วได้ การดูแลเบื้องต้น คือ เวลาล้างรถ ควรใช้น้ำ ฉีดทำความสะอาด บริเวณโช้คอัพ เพื่อขจัดสิ่งสกปรกที่อาจไปทำให้ซีลโช้คอัพเกิดความเสียหายได้
โช้คอัพเป็นชิ้นส่วนของรถยนต์ที่มีผลต่อความปลอดภัยในการขับขี่ เพราะฉะนั้นควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้โช้คอัพเสียหายเร็ว เพื่อให้การขับขี่ปลอดภัยและไม่เกิดอุบัติเหตุ แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้และสังเกตว่าโช้คอัพผิดปกติ สามารถนำโช้คอัพเข้าไปตรวจเช็กฟรีได้ที่ศูนย์บริการรถยนต์ บี-ควิก ทุกสาขา ทั่วประเทศ โดยทั่วไปควรตรวจเช็กโช้คอัพทุก 20,000 กิโลเมตร เพื่อให้มั่นใจว่าโช้คอัพยังทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ




