29 กรกฎาคม 2569
เบรกรถยนต์มีอาการผิดปกติแบบไหนที่ไม่ควรมองข้าม? เช็ก 5 สัญญาณอันตราย

5 อาการเบรกอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม! สัญญาณเตือนว่าควรเช็กระบบเบรกทันที
ระบบเบรกถือเป็นหนึ่งในระบบความปลอดภัยที่สำคัญที่สุดของรถยนต์ เพราะเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยชะลอและหยุดรถในทุกสถานการณ์ หากระบบเบรกเริ่มมีความผิดปกติ แม้เพียงเล็กน้อย ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุได้
ผู้ขับขี่จึงควรหมั่นสังเกตอาการผิดปกติของระบบเบรก และนำรถเข้าตรวจเช็กกับ ศูนย์บริการรถยนต์ หรือ ศูนย์บริการรถยนต์ ใกล้ฉัน อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ระบบเบรกพร้อมใช้งานและปลอดภัยทุกการเดินทาง
1. รถเอียงหรือดึงไปด้านใดด้านหนึ่งขณะเบรก
หากเหยียบเบรกแล้วรถมีอาการดึงไปทางซ้ายหรือขวา ไม่ควรปล่อยไว้ เพราะอาจเกิดจาก
- ผ้าเบรกสึกไม่เท่ากัน
- คาลิปเปอร์เบรกติดขัด
- จานเบรกมีคราบน้ำมันหรือสิ่งสกปรก
- ระบบช่วงล่างหรือระบบเบรกทำงานผิดปกติ
อาการนี้ทำให้ควบคุมรถได้ยาก โดยเฉพาะขณะขับด้วยความเร็วสูงหรือขณะถนนเปียก จึงควรรีบตรวจเช็กทันที
2. เหยียบเบรกแล้วพวงมาลัยสั่น
หากขับรถด้วยความเร็วประมาณ 60 กม./ชม. ขึ้นไป แล้วเหยียบเบรกจนรู้สึกว่าพวงมาลัยสั่นผิดปกติ สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่
- จานเบรกคดหรือบิด
- จานเบรกสึกไม่สม่ำเสมอ
- ช่วงล่างด้านหน้ามีความผิดปกติ
ในหลายกรณีสามารถแก้ไขได้ด้วยการเจียรจานเบรก แต่หากยังมีอาการหลังจากเจียรแล้ว ควรให้ช่างตรวจสอบระบบเบรกและช่วงล่างโดยละเอียด
3. เบรกแข็ง หรือเบรกตื้อ
เบรกตื้อ คือ อาการที่ต้องออกแรงเหยียบเบรกมากกว่าปกติ แต่รถกลับชะลอได้ไม่ดีเหมือนเดิม
สาเหตุที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่
- หม้อลมเบรกรั่ว
- ระบบสุญญากาศทำงานผิดปกติ
- ปั๊มเบรกเริ่มเสื่อม
- น้ำมันเบรกมีปัญหา
แม้รถยังสามารถขับได้ แต่ประสิทธิภาพในการหยุดรถจะลดลงอย่างมาก จึงไม่ควรละเลย

4. เบรกจม ต้องเหยียบซ้ำหลายครั้ง
อาการเบรกจม คือ เมื่อเหยียบแป้นเบรกแล้วแป้นยุบลงลึกกว่าปกติ และต้องเหยียบซ้ำหลายครั้งกว่ารถจะชะลอได้
สาเหตุที่พบได้บ่อย เช่น
- ลูกยางแม่ปั๊มเบรกเสื่อม
- มีอากาศในระบบเบรก
- น้ำมันเบรกรั่ว
- ระบบไฮดรอลิกทำงานผิดปกติ
อาการนี้ถือว่าอันตรายมาก เพราะแรงดันน้ำมันเบรกลดลง ทำให้ระยะเบรกยาวขึ้น หากพบอาการดังกล่าว ควรหยุดใช้งานรถและนำเข้าตรวจเช็กโดยเร็ว
5. เบรกแตก เบรกไม่อยู่
เบรกแตก คือ ภาวะที่เหยียบเบรกแล้วรถไม่ตอบสนอง หรือไม่สามารถลดความเร็วได้ตามปกติ ถือเป็นเหตุฉุกเฉินที่อันตรายที่สุด
สาเหตุอาจเกิดจาก
- น้ำมันเบรกรั่วจนหมดระบบ
- แม่ปั๊มเบรกชำรุด
- สายเบรกเสียหาย
- ชิ้นส่วนระบบเบรกหลุดหรือหลวม
หากเกิดเหตุการณ์นี้ ควรตั้งสติ ลดความเร็วด้วยการใช้เกียร์ต่ำ เปิดไฟฉุกเฉิน และค่อย ๆ ดึงเบรกมืออย่างระมัดระวัง ก่อนนำรถเข้าตรวจเช็กทันที
ดูแลระบบเบรกอย่างไรให้ปลอดภัย
เพื่อให้ระบบเบรกทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ควรปฏิบัติดังนี้
- ตรวจเช็กผ้าเบรกตามระยะ
- เปลี่ยนน้ำมันเบรกตามกำหนด
- ตรวจสอบจานเบรกและคาลิปเปอร์เบรก
- หลีกเลี่ยงการเบรกหนักบ่อยครั้ง
- นำรถเข้าตรวจเช็กที่ ศูนย์บริการบีควิก หรือ ศูนย์บริการรถยนต์ ใกล้ฉัน หากพบอาการผิดปกติ
การตรวจเช็กระบบเบรกอย่างสม่ำเสมอ ไม่เพียงช่วยยืดอายุการใช้งานของชิ้นส่วน แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ และเพิ่มความมั่นใจทุกครั้งที่ขับขี่
หากรถของคุณเริ่มมีอาการเบรกผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นเบรกแข็ง เบรกจม พวงมาลัยสั่น หรือรถดึงขณะเบรก สามารถนำรถเข้ารับบริการตรวจเช็กระบบเบรกได้ที่ บี-ควิก ทุกสาขาทั่วประเทศ โดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ พร้อมให้คำแนะนำและดูแลรถของคุณอย่างครบวงจร
FAQ Section
Q: เบรกแข็งเกิดจากอะไร? A: สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่ หม้อลมเบรกรั่ว ระบบสุญญากาศผิดปกติ หรือปั๊มเบรกเริ่มเสื่อม ควรนำรถเข้าตรวจเช็กทันที
Q: พวงมาลัยสั่นเวลาเบรกอันตรายหรือไม่? A: หากพวงมาลัยสั่นขณะเบรก อาจเกิดจากจานเบรกคดหรือช่วงล่างมีปัญหา ควรรีบตรวจสอบเพื่อป้องกันการสึกหรอที่รุนแรงขึ้น
Q: ควรเปลี่ยนน้ำมันเบรกเมื่อไหร่? A: โดยทั่วไปควรเปลี่ยนน้ำมันเบรกทุก 1 ปี หรือประมาณทุก 40,000 กิโลเมตร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการใช้งานและคำแนะนำของผู้ผลิตรถยนต์
Q: เบรกจมสามารถขับต่อได้หรือไม่? A: ไม่ควรขับต่อ เพราะอาจเป็นสัญญาณว่าระบบเบรกมีปัญหาร้ายแรง ซึ่งอาจทำให้ระยะเบรกยาวขึ้นหรือเบรกไม่ทำงาน
Q: หากต้องการเช็กระบบเบรกควรไปที่ไหน? A: ควรเลือกใช้บริการที่ศูนย์บริการรถยนต์ที่ได้มาตรฐาน เช่น บี-ควิก ซึ่งมีทีมช่างผู้เชี่ยวชาญและอุปกรณ์ตรวจเช็กที่ได้มาตรฐาน
แชร์: